เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพรมปูพื้นรถยนต์

พรมปูพื้นรถยนต์

หากถามถึงอุปกรณ์ประดับยนต์ หลายคนคงคิดเหมือนกันใช่ไหมว่าพรมปูพื้นในรถยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้อุปกรณ์อื่นๆ โดยปกติแล้วหากไม่ได้ใช้พรมปูพื้นรถยนต์ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือฝุ่นละอองเปื้อนรถยนต์ได้แบบง่ายดาย บางครั้งเมื่อมีสัตว์เลี้ยงเข้าไปในรถ อาจสกปรก และทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากการซักเบาะแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลานานเลยทีเดียว โดยเรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับพรมรถยนต์นั้นมีดังต่อไปนี้

หลักการเลือกพรมปูพื้นในรถ

สำหรับใครที่อยากได้พรมปูพื้นในรถ มาดูหลักการพร้อมๆ กันดังนี้

เลือกแบบที่มีความเข้ารูป สำหรับพรมปูพื้นในรถยนต์ถือเป็นสิ่งที่ต้องคัดสรรค์มากพอสมควร หากจะให้ดีก็ต้องเลือกแบบที่เข้ารูป เพราะจะช่วยปกป้องฝุ่นละอองเข้าไปเกาะติดในรถจนทำความสะอาดได้ยาก ซึ่งพรมที่มีความเข้ารูปจะแนบสนิทไปกับพื้นรถเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังติดตั้งได้แบบง่ายดายโดยไม่ต้องไปจ้างช่างเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายคนจะเลือกแบบที่เข้ารูป

แบบตีนตุ๊กแกหนาแน่นกว่า ติดทนนานกว่า หากใครที่อยากให้พรมปูพื้นรถยนต์มีความติดแน่นทนนาน ขอแนะนำว่าให้เลือกในรูปแบบตีนตุ๊กแกจะช่วยให้การเปลี่ยนอิริยาบถในรถยนต์ไม่ว่าจะเหยียบเบรก และเหยียบคันเร่ง ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้กัน

เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับรถ นอกจากจะเลือกด้วยคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว การเลือกวัสดุที่เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ก็คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม พรมไวนิล สามารถซับน้ำได้ดี และยังเหมาะสมกับคนที่ชอบความเรียบแต่หรูหรา ในขณะที่พรมจากยางพารา จะมีราคาไม่แพงเกินไป อีกทั้งยังเหมาะสมสำหรับคนที่อยากทำความสะอาดพรมปูพื้นแบบง่ายๆ อีกด้วย

เทคโนโลยีในการผลิต อีกหนึ่งในเทคนิคการเลือกคือเทคโนโลยีการผลิต ควรเลือกบริษัทที่มีการผลิตอย่างประณีต ตัดเย็บด้วยความชำนาญ และเหมาะสมกับคนที่ต้องการให้รถของคุณหรูหรากว่าเดิม

ข้อดีของพรมปูพื้นรถ

สำหรับข้อดีของพรมปูพื้นในรถมีดังต่อไปนี้

ช่วยลดเสียงรบกวนจากห้องเครื่อง อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเสียงในห้องเครื่องค่อนข้างดัง หากได้พรมไปปูพื้นจะทำให้เสียงเบาลงได้

นุ่มเท้า ความนุ่มเท้าที่ได้มาจากพรมปูพื้นจะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความสบายในอีกระดับ

และนี่ก็คือสิ่งที่หลายคนควรรู้เกี่ยวกับพรมปูพื้นรถยนต์ โดยควรเลือกตามไลฟ์สไตล์ที่เรานั้นมี และพยายามเลือกยี่ห้อที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐาน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้รถของคุณสวยและเหมาะกับการใช้งานแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

สีรถมงคล

เคล็ดลับเลือกรถให้ถูกโฉลกต้องดูที่อะไรบ้าง ขับแล้วเฮงแคล้วคลาดปลอดภัยเคล็ดลับเลือกรถให้ถูกโฉลกต้องดูที่อะไรบ้าง ขับแล้วเฮงแคล้วคลาดปลอดภัย

เก็บเงินออกรถใหม่ทั้งที จะซื้อสุ่มสี่สุ่มห้าตามใจชอบเห็นจะไม่ได้ ตามความเชื่อของคนไทยเรา ถ้าขับรถที่ไม่ถูกโฉลกอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และมีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นเวลาขับรถอยู่เสมอ เรียกได้ว่าใครที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ไว้เป็นต้องได้ใช้ความคุ้มครองจนบริษัทประกันเบื่อหน้ากันเลยทีเดียว และถึงแม้บางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ รวมถึงไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ วันนี้เราจึงมาส่งต่อเคล็ดลับเลือกรถให้ถูกโฉลก ขับแล้วเฮง ขับแล้วดี แคล้วคลาดปลอดภัยทุกเส้นทาง สีรถต้องห้ามประจำวันเกิด ประเดิมกันที่เคล็ดลับแรก กับเรื่องสีรถ ปัจจัยสำคัญที่คนออกรถจะนึกถึงหลังจากตัดสินใจเลือกยี่ห้อและรุ่นของรถได้แล้ว ซึ่งความเชื่อนี้ของคนไทยไม่ใช่ว่าคุณชอบสีไหน แล้วจะสามารถออกสีนั้นได้เลย หากสีที่คุณชอบดันไปตรงเข้ากับสีต้องห้าม อาจทำให้รถคันเก่งของคุณพบเจอแต่ปัญหาตลอดอายุการใช้งานก็เป็นได้ คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้รถ สีแดง คนเกิดวันจันทร์ ห้ามใช้รถ สีส้ม คนเกิดวันอังคาร

สิ่งที่ต้องทำหลังการรับรถเช่าสิ่งที่ต้องทำหลังการรับรถเช่า

การเช่ารถในปัจจุบันถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับคนไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดของประเทศไทย โดยสิ่งที่สำคัญก็คือเมื่อเรารับรถมาแล้วจะต้องมีการตรวจเช็คเพื่อให้แน่ใจว่ารถที่ได้มาเป็นรถซึ่งจะพาเราไปท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย โดยสิ่งที่จะต้องทำเมื่อรับรถเช่ามาแล้วมีดังต่อไปนี้ 1.ดูว่ามีรอยขีดข่วนหรือไม่ การตรวจสอบรอยขีดข่วนก่อนจะรับรถคือสิ่งสำคัญ เพราะว่ากรณีที่เกิดขึ้นหลายๆกรณีคือเมื่อคุณคืนรถเช่าแล้วพบเจอกับรอยขีดข่วนซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ได้มาจากฝีมือการขับรถของคุณนั่นเอง ดังนั้นเมื่อเจอรอยขีดข่วนต่างๆแนะนำว่าให้แจ้งกับพนักงานไปในทันทีที่พบ หากจะให้ดีก็ควรมีการใช้กล้องโทรศัพท์สำหรับบันทึกภาพเอาไว้ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะไม่ต้องมารับผิดชอบสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำ 2.ตรวจสอบเครื่องปรับอากาศในรถ การตรวจสอบเครื่องปรับอากาศถือเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน เพราะหากเกิดปัญหาในขณะที่ขับรถอาจทำให้การท่องเที่ยวหมดสนุกได้ โดยแนะนำว่าให้ลองสตาร์ทเครื่องและปุ่มเครื่องไว้สักพัก พยายามสังเกตว่ามีเสียงอะไรออกจากเครื่องยนต์จนผิดสังเกตหรือไม่ ถ้าไม่มีลองเปิดเครื่องปรับอากาศในรถดู บางคนอาจจะใช้วิธีการทดลองฮีตเตอร์ก็ได้เช่นกัน เพราะมีบางกรณีที่ขับรถขึ้นภูเขาแล้วจำเป็นจะต้องใช้ฮีตเตอร์ 2.ตรวจสอบ GPS สำหรับรถคันไหนที่มี GPS ติดตั้งมาพร้อมกันด้วย ก็ควรจะตรวจสอบว่า GPS ของรถทำงานได้เป็นปกติหรือไม่ เพราะการใช้ GPS ในรถสะดวกมากกว่าใช้จากโทรศัพท์มือถือ 1 การเปิดดูแผนที่